ตั้งแต่ปิดเทอมมา

คิดถึงเพื่อนๆ ทุกคน....

คิดถึงค่ายทะเลที่พวกเราไปกันตอน ม.5

ทำให้นึกถึง หนังสืออ่านเพิ่มเติม ที่พวกเราทำส่งประกวด หลังจากที่กลับจากค่าย..แล้วก็ได้รางวัลด้วยนะซิค่ะ

นำมาให้อ่านค่ะ ช่วยคอมเม้นต์ด้วยนะค่ะ

ฟ้าสวย ทะเลใส หัวใจเดียวกัน

ในโลกอันกว้างใหญ่ มนุษย์เราก็เป็นเพียงสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่ดำรงชีวืตอยู่บนพื้นฐานแห่งการเดินทางที่ไร้จุดหมาย

แต่การเดินทางในครั้งนี้ แม้จะมีระยะทางเพียงไม่กี่วัน เพียงแค่ 3 วัน 2 คืน แต่เรามีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจน และมีแต่การเดินทางในครั้งนี้ แม้จะมีระยะทางเพียงไม่กี่วัน เพียงแค่ 3 วัน 2 คืน แต่เรามีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจน และมีความหวังว่าออกไปเรียนรู้สู่โลกกว้างอันยิ่งใหญ่ และจะได้พบกับสิ่งที่สวยงาม ทั้งๆที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ว่า ..แหล่งเรียนรู้...ที่เราจะไปนั้นเป็นอย่างไร

การเดินทางครั้งนี้เป็นสิ่งที่พวกเรารอคอยโอกาสที่จะไปสำผัสกับบรรยากาศการเรียนรู้ที่เรียกว่า ...การเรียนรู้บูรณาการระบบนิเวศน์ทางทะเล...ให้เร็วๆเสียงความต้องการที่จะไปเรียนรู้ในแบบเดียวกับรุ่นพี่ๆ ที่เคยผ่านประสบการณ์นี้มา ทำให้พวกเรายิ่งเพิ่มความกระหายใคร่รู้มากยิ่งขึ้น ทราบจากรุ่นพี่ว่าต่าใช้จ่ายค่อนข้างแพง เพราะต้องเหมายานพาหนะเดินทาง ค่าที่พัก ค่าอาหาหาร และค่าตอบแทนวิทยากร ในขณะที่เราต้องขอเงินพ่อม่ใช้อยู่ ทำให้พวกเราช่วยกันคิดหาช่องทางที่จะได้งบประมาณช่วยเหลือ

ในที่สุดวันเวลาแห่งการรอคอยก็มาถึง แต่สถานที่ที่เราจะไปเป็นคนละแห่ง แตกต่างกับรุ่นพี่ยิ่งทำให้พวกเราตื่นเต้นมากกว่าเดิม คราวนี้เราจะไปแหลมฉบัง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี จะเป็นบ้างหนอ...บรรยากาศที่นั่นจะสวยงามตามจิตนาการของพวกเราหรือเปล่านะ....

วันแรกแห่งการเดินทาง

กลางคืนของวันพฤหัสบดีเป็นคืนที่พวกเราต้องเดินทาง วันนั้นไม่มีใครสามารถที่จะข่มตาให้หลับลงได้ ทุกคนเฝ้ารอคอยเสียงรถว่าเมื่อไรรถจะมารับพวกเราเสียที เมื่อเห็นรถมาทุกคนพากันดีใจมาก แทบวิ่งขึ้นรถทั้งๆ ที่รถยังไม่จอดสนิท แต่คุณครูให้พวกเราไปขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พระภุมิเจ้าที่โรงเรียน ให้ท่านคุ้มครองพวกเราเดินทางด้วยความปลอดภัย พอรถเริ่มออกทุกคนพูดคุยถึงสถานที่จะไปกันอย่างสนุกสนาน แต่ไม่นานนักพวกเราก็หลับด้วยความอ่อนเพลีย

ที่สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา

จุดมุ่งหมายแรกหลังจากฟ้าสาง พวกเราทุกคนตื่นเต้นมากเมื่อมาถึงแหล่งเรียนรู้แห่งแรก ต่างก็แยกย้ายไปทำธุระส่วนตัวและไปรับประทานอาหารเช้า พออิ่มแล้วพวกเราก็มุ่งหน้าไปยังสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล เพื่อศึกษาระบบนิเวศน์ทางทะเล ศึกษาการดำรงชีวิตและความเป็นอยู่ของสัตว์น้ำใต้ท้องทะเล โดยมีวิทยากรจากสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเลเป็นผู้ให้ความรู้แก่พวกเราทั้งก่อนเข้าชมขณะเข้าชมและหลังเข้าชม เราได้เรียนรู้ว่าปะการังเป็นสัตว์ไม่มีกระดูดสันหลัง มีโครงสร้างเป้นหินปูนใช้เวลาประมาณ 10-15 ปีในการเจริญเติบโตและยังมีสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในแนวปะการัง เช่นปะการังอ่อน ดอกไม้ทะเลสัตว์ที่มีผิวหนังเป็นปุ่ม ได้แก่ปลิงทะเล เม่นทะเล และดาวทะเล การได้สัมผัสกับของจริงมันยิ่งทำให้เราตื่นเต้นกับการได้เรียนรู้ เหมือนจำลองโลกใต้ท้องทะเลเอาไว้ เราใช้เวลาอยู่ที่นี่ประมาณ 2 ชั่วโมงก็เดินทางไปยังที่หมายคือ ร.ร.วัดแหลมฉบัง ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางของเรา ระหว่างการเดินทางไปวัดแหลมฉบัง รถเรามีสมาชิกใหม่เพิ่มมาอีกคน ถูกแนะนำว่าเป็นนักเรียนวิวัฒน์พลเมืองเป็นคนนำทาง เมื่อถึงค่ายเราจึงรู้ว่า เขาเล่นละครได้แนบเนียนมาก....พี่เลี้ยงในค่ายเรานั่นเอง

ณ ค่ายชาวดิน ร.ร.วัดแหลมฉบัง

ก้าวแรกที่เหยียบย่ำบนพื้นทราย นี่หรือสิ่งที่เรารอคอย นี่หรือสิ่งที่เราหวังว่าจะได้มาพบเห็น มันช่างไม่เป็นเหมือนที่เราคิดฝันไว้เลย เราพบแต่สิ่งปฎิกูล ที่เกลื่อนกลาดอยู่เต็มหาดทรายซึ่งดูทรุดโทรมมาก ผิดกับจินตนาการที่เราคาดหวังไว้ อนิจจาท่าเรื่อแหลมฉบังอุตสาหกรรมซึ่งเป็นท่าเรือขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียได้บดบังวิวทิวทัศน์ของท้องทะเลที่เคยสวยงามไปเสียหมดสิ้น และเราทราบมาว่าท่าเรือแห่งนี้ได้มาจากเวนคืนที่ดินของชาวแหลมฉบัง แต่ชาวบ้านไม่สามารถปฏิเสธได้เพราะแรงเงินและอำนาจมืดของพวกมีอิทธิพล ที่เข้ามากอบโกยผลประโยชน์จากชาวบ้าน แต่สิ่งที่พวกเรารับรู้จากชาวบ้านก็คือ...ต้องสู้....ให้เกลับคืนมาในผืนแผ่นดินเกิดที่ยังเหลืออยู่เพียงน้อยนิด ธรรมชาติที่ยังคงเหลือให้พวกเราได้รักษาไว้ คือพื้นป่าโกงกางผืนสุดท้ายของชุมชนนี้ไว้ให้ได้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม

ณ ค่ายชาวดิน

แรกๆทุกคนหอบหิ้วสัมภาระเข้าที่พักอย่างเหงาๆ เราช่วยกันกางเต็นท์ทั้งทหารและนักศึกษาจากสถาบันต่าง ๆ ช่วยแนะนำ

ขอต้อนรับด้วยไมตรีที่บริสุทธิ์บทเพลงต้อนรับคลอเสียงกีตาร์และเมาท์ออร์แกนของพี่ลุงพร ไพเราะ อบอุ่น จนหลายคนขนลุก

พิธีมอบพวกเราให้กับค่ายก็เริ่มขึ้น เพลงชาวดิน ทำให้พวกเรารู้สึกอบอุ่น นี่คือสิ่งแรกที่เชื่อมมิตรภาพของพี่ค่ายน้องค่าย

พี่เลี้ยงแบ่งพวกเราออกเป็น 4 กลุ่ม โดยให้กระดาษมาทำบ้านจำลองกลุ่มละ 1 หลัง ให้พวกเราช่วยกันตกแต่งบ้านที่มีแต่ความว่างเปล่าให้เต็มไปด้วยสีสันสวยงาม แสดงถึงความรัก ความสามัคคีในหมู่คณะอย่างชัดเจน พวกเราเรียนบ้านนี้ว่า..บ้านดวงใจ....ซึ่งประกอบด้วยกำนันผู้ใหญ่บ้านและสมาชิกในบ้านทุกคน แล้วให้แต่ละบ้านนำเสนอผลงานของบ้านตัวเองอย่างสนุกสนานแต่แฝงด้วสาระ

ตกเย็นวันนั้นพวกเราได้หุงข้าวทำกับข้าวกันเอง โดยมีพี่เลี้ยง ให้คำปรึกษาอยู่ไม่ห่างและตื่นเต้นกว่านั้น คือการประกวดการทำอาหารของแต่ละบ้าน แน่นอนต้องแสดงเสน่ห์ปลายจวักให้เลิศรสที่สุดเพื่อมาประชันกัน แต่สิ่งที่เราได้เหนือจากการแพ้หรือชนะ คือ ความสามัคคีความร่วมมือร่วมใจที่มีความสำคัญเป็นจุดเริ่มของมิตรภาพซึ่งทำให้อาหารมื้อนี้อร่อยที่สุด

ความมืดเริ่มแผ่คลุมค่าย ค่ายเราจึงสว่างด้วยแสงไฟจากโรงงานอุตสาหกรมรอบข้าง พวกเราช่วยกันล้างจานเก็บข้าวของทั้งที่อาหารยังไม่ย่อยดี ก็เริ่มกิจกรรมนันทนาการที่อบอุ่นและป็นมิตร

สุดท้ายก่อนเข้านอน เราได้ฟังเรื่องราวของชุมชนแหลมฉบังจากครูและแกนนำชุมชน พร้อมไดชวนเราไปดูทะเลยามค่ำคืน ที่อู่ต่อเรือและท่าเรือ คนทำงานกันทั้งคืน ไฟประดับประภาคารจึงส่องสว่างโชติช่วงประหนึ่งว่าไม่มีวันดับ ช่างแตกต่างกับอีกฝากแหลมฉบังของชาวบ้านเหลือเกิน ที่มีวิถีการดำรงอยู่อย่างเรียบง่าย แตกต่างกันราวฟ้ากับดิน ทะเลยามค่ำคืนน้ำลดดูเวิ้งว้างและหดหู่อย่างบอกไม่ถูก

ประสบการณ์แสนวิเศษของวันที่ 2

เช้าวันใหม่หลังจากการหลับไหล ทุกคนตื่นมาด้วยความสดใสพร้อมที่จะรับการเรียนรู้ครั้งใหม่ เริ่มต้นด้วยการออกกำลังกายยามเช้าริมทะเล ทุกคนได้สูดกลิ่นอายของทะเลยาวเช้า หาโอกาสได้ยากนะถ้าจะอยู่แต่ในห้องเรียนสี่เหลี่ยมแคบๆ

เช้านี้ทุกคนมีความสุขเป็นพิเศษ เพราะจะได้ไปดำน้ำดูปะการังของจริงที่อยู่ใต้ท้องทะเล เตรียมสัมภาระเพื่อดำน้ำเป็นชุดว่ายนืที่นำแฟชั่นทันสมัยและกลมกลืนกับท้องทะเลสวยใสด้วยชุดวันพีช ทูพีชเรียบง่าย ใช้ได้ทั้งกางเกงขาสั้นและขายาว ...ควรเป็นขายาว ส่วนเสื้อควรมีสีเข้ม....คุณครูกำชับพวกเราโดยเฉพาะผู้หญิงให้แต่งกายรัดกุมสีเข้ม ห้วมใส่สีอ่อนเด็ดขาด!! โดยเฉพาะสีขาว ไม่รู้ว่าห้ามทำไม ?..งง..

ประสบการณ์การดำน้ำครั้งแรกของทุกคน

พวกเรามุ่งหน้าไปยังพัทยาใต้ จุดหมายคือเกาะล้าน เมื่อถึงพีทยาใต้เราเดินตามสะพาน ท่าเทียบเรือแหลมมาลีฮาย พัทยาใต้ลงเรือลำใหญ่ ที่สามารถจุคนได้ประมาณ 70 คนเราใช้เวลาในการเดินทางโดยเรือ ถึงบริเวณเกาะช้างก็ประมาณ 40 นาที พี่ๆลงไปวางทุ่นอย่างขันแข็งเพื่อให้พวกเราได้ดำน้ำดูปะการังอย่างปลอดภัยและไม่ผิดทิศทาง

พี่กบ ให้ความรู้และสาธิตวิธีการใช้อุปกรณ์ดำน้ำให้เราทุกคนจนเข้าใจดีก่อนจะลงไปสัมผัสกับน้ำทะเลจริงๆ

...และแล้วเสียงน้ำทะเลแตกกระจายดัง ตู้ม...ม...ม อ้อมเป็นเพื่อนคนแรกของเราที่ลงดำน้ำ เรียกความสนใจจากพาวที่อยู่บนเรือให้รีบถลาดู จนเรือเอียง

ยอดเยี่ยมมาก....สวยเหลือเกิน....น้ำทะเลใสจังเลย....ปะการังสวยมาก...เห็นหอยเม่น ด้วยหละ...ปลาการ์ตูนฏ้มีด้วย.. คำอุทานพร้อมสีหน้าที่ตื่นเต้นดีใจไม่ขาดปากที่พรั่งพรูออกมาจากเพื่อนทุกคนที่ได้ผ่านประสบการณ์ดำน้ำมาหมาดๆ

พวกเราได้ความรู้ใหม่ๆ และได้ประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมที่พวกเราจะไม่มีวันลืมมันช่างเป็นประสบการณ์ที่สุดยอดที่เกินกว่าจะสรรหาคำบรรยายใดๆ มาบรรยายได้ คงไม่มีใครทราบความรู้สึกนี้ได้นี้ได้นอกจากพวกเราเท่านั่น

พี่ๆวิทยากรบรรยายว่า...แนวปะการรังเป็นแหล่งอาหาร และเป็นแหล่งลี้ภัยของสิ่งมีชีวิต แนวปะการังเป็นระบบนิเวศน์ที่สำคัญ บ่งบอกถึงการมัความสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรสัตว์น้ำกว่า 3000 ชนิด....ใต้โลกสีครามปะการังจึงเปรียบเสมือนระบบนิเวศน์ใต้ท้องทะเล

เราได้ดำน้ำลงสู่ดินแดนมหัศจรรย์ ได้เห