แม้ไม่ใช่

           แต่ก็ยังอยู่ในใจน๊าจ๊า

เรื่องทั่วไป
* มทส เป็นมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนปริญญาตรีแล้วมีอาจารย์จบปริญญาเอกมากที่สุดในประเทศ มากถึงร้อยละ 70 และอาจารย์ส่วนใหญ่ที่จบ ดร. มักมีหน้าเด็กกว่านักศึกษา มีเรื่องเล่าว่ามีอาจารย์สวมเสื้อเชิ้ตขาวแฝงตัวอยู่ในหมู่นักศึกษาในรายวิชาพื้นฐานแล้วนักศึกษาไม่สามารถหาตัวได้ว่าคนไหนคืออาจารย์
* EOS (End of Soi) เป็นชื่อเรียกกลุ่มบ้านพักบริเวณท้ายซอยในหมู่บ้านสุรสวัสดิ์ ยุคเรเนอซองของ EOS คือยุคเดียวกับที่เกมส์สตาร์คราฟท์รุ่งเรือง แม้ต่อมาเปลี่ยนเป็นยุควอร์คราฟท์ EOS ก็ยังไม่ล่มสลาย จนมาถึงยุค DotA เรืองอำนาจ EOS ก็ค่อยๆ เลือนหายไปจากความทรงจำของผู้คน
* การเป็นหนุ่มวิดวะในมหา'ลัยนี้ ไม่ได้ช่วยให้ดูดีมีสง่าราศีกระชากใจสาวๆ แต่อย่างใด เพราะ 80% มันก็วิดวะทั้งน้านนน
* ตรงกันข้ามกับ สาวไอที (เทคโนสารสนเทศ) ที่ถือว่าเป็นทรัพยากรล้ำค่าของมหา'ลัย แม้คุณจะหน้าตาธรรมด๊าธรรมดา แต่ถ้าได้ชื่อว่าเป็นเด็กไอทีแล้ว คุณจะดูหรูหรามีระดับ น่ารักน่าทะนุถนอมขึ้นมาในทันที
* ปัจจุบันวิศวะเริ่มแต่งตัวดีขึ้นตามนโยบายของโครงการ เรารัก มทส จึงไม่แปลกที่จะเห็นเด็กวิศวะ แต่งตัวคล้ายเด็กไอที จนทำให้รุ่นพี่สงสัยว่า เดี๋ยวนี้ เด็กวิศวะม.เรามีแบบนี้ด้วยเหรอ คำตอบที่ได้รับก็คือ "ใช่"

 

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย
* อาคารส่วนกิจการนักศึกษา, ลานสัญลักษณ์สถาน (ลานย่าโม) และ หอสัญลักษณ์สุรนภา สร้างอยู่ในระนาบเส้นตรงเดียวกันในแนวเหนือใต้
* ในขณะที่ เสาธงชาติเสาเอก, ลานสัญลักษณ์ และอาคารบรรณาสาร อยู่ในระนาบเส้นตรงเดียวกันในแนวออกตก
* ก่อน พ.ศ. 2545 มหา'ลัย มีอัตราการตกออก (Retire) สูงที่สุดในประเทศ คือประมาณ 40% สมมติเข้ามาปีหนึ่ง 1000 พอขึ้นปีสองจะเหลือ 600 ซึ่งในปี 2, 3, 4 ก็จะทยอยตกออกกันไปอีกเรื่อยๆ จนจบปีสี่จะมีคนจบการศึกษาประมาณ 300 พวกที่เหลือก็หวังว่า ปี5-ปี8 คงมีสักปีที่จะจบ
* ตั้งแต่ พ.ศ. 2545 เป็นต้นมา มีการปรับเกณฑ์ตกออกใหม่ คือจาก 2.00 เป็น 1.80 ทำให้อัตราการตกออกลดลง แ่ต่ก็ยังมีใ้ห้เห็นเป็นเรื่องปกติ
* ห้องพักหอใน (สุรนิเวศ) ว่ากันว่าเป็นห้องพักหอในที่กว้างที่สุดในประเทศ (จากปากคำของเด็กซิ่วทั้งหลาย) ก่อนพ.ศ. 2548 แต่ละห้องอยู่กัน 3 คน อุปกรณ์มี 3 เตียงเดี่ยว, 3 ตู้เสื้อผ้า, 3 ตู้เก็บหนังสือ, 3 โต๊ะอ่านหนังสือ แต่ก็ยังเหลือพื้นที่กลางห้องให้กินอาหารเย็นร่วมกันทุกวัน หรือตั้งวงได้เป็นบางโอกาส
* สมาชิก 3 คนที่ว่า ประกอบไปด้วย พี่ปีสองขึ้นไป 2 คน และน้องปีหนึ่ง 1 คน คำเรียกหาเป็น พี่เมท, น้องเมท บรรยากาศอบอุ่นน่ารักมาก ยกเว้นแต่ว่าได้พี่เมทขี้เมา หรือที่ซวยกว่าคือได้พี่เมท 2 คนที่เป็นกระเทย ยกเว้นแต่ว่าถ้าคุณเป็นกระเทยด้วย
* ตั้งแต่พ.ศ. 2548 นักศึกษาที่สมัครโควต้ามีจำนวนมากเป็นประวัติการณ์ ทำให้หอพักไม่เพียงพอ จึงมีนโยบายให้พักห้องละ 4 คน
* มทส เคยประสบปัญหาแหล่งน้ำแห้ง ถึงขั้นประกาศให้เปิดน้ำใช้ภายในหอพักได้ในช่วงเวลา 05.00 - 22.00 น. นอกเหนือเวลานั้น ก็หาถังเล็กมาตักน้ำในถังใหญ่ไปใช้เอง (ดีนะที่แม่บ้านเปิดน้ำทิ้งไว้ในถัง ไม่งั้นห้องน้ำ....หึ่งแน่)
* ปี 2547 มหา'ลัย เป็นเจ้าภาพกีฬามหา'ลัยแห่งประเทศไทย ชื่อ "สุรนารีเกมส์" ภาษาอังกฤษเีขีียนว่า Sura + Naree + Games ซึ่งเป็นความสนใจหลัก 3 ประการของบรรดานักศึกษาชายที่นี่
* มทส มีจัดประกวดแบบเดียวกับ AF / The Star โดยมีชื่อการประกวดว่า SUT DREAM CHALLENGER มีผู้สนใจล้นหลาม ที่สำคัญมีกรรมการมาจาก tuneclub ใน bloggang ของ pantip.com ด้วย
* ชมรมอนุรักษ์สภาพแวดล้อม จะมีประเพณีโยนพี่บัณฑิตลงน้ำบริเวณสระน้ำพุข้างหอสุรนภาทุก ๆ วันรับปริญญา ช่วงหลัง ๆ จะเห็นมีบางชมรมและ นศ.บางกลุ่มเริ่มทำตาม ผมก็คนนึงที่เคยตกน้ำด้วยประเพณีนี้
* งานรับปริญญาแต่ละปี สาขาวิชาต่าง ๆ จะจัดซุ้มยิ่งกว่ามหากรรมพืชสวนโลก ไม่เชื่อลองไปดูได้
* ชมรมที่มีสมาชิกเยอะสุดน่าจะเป็นชมรมยานยนต์ เพราะพี่สาขาเกณฑ์น้องในสาขาที่เป็นเครือข่ายเดียวกันมาเข้าชมรม
* วิศวะที่หน้าตาดีที่สุดฝ่ายชายน่าจะเป็นวิศวะคอม ส่วนฝ่ายหญิงน่าจะเป็นเด็กอุตสาห์ฯ ไม่เชื่อก็ไปพิสูจน์กันดู
* งานลอยกระทงส่วนใหญ่เด็กไอทีจะได้ชนะเลิศประเภทขบวน (ที่มีคอนเซ็ปท์เดียวตลอดปีคือ ธรรมะ กับ อธรรม) ส่วนสา'สุข จะได้ชนะเลิศประเภทกระทงใหญ๋ (อันเนื่องมาจากการให้น้องปี 1 ในสาขา เย็บแบบอย่างน้อยคนละอัน แล้วแต่ฝีมือ ทำให้ใหญ่ไว้ก่อน ลอยได้ไม่ได้ค่อยไปลุ้นกันในสระน้ำพุอีกที)
* สมัยก่อนผู้หญิง มทส จะขึ้นชื่อว่า สวย ถึก และบึกบึน ปัจจุบันก็ยังคงเป็นเช่นนั้นอยู่ จะเห็นได้จากงานลอยกระทง ที่ให้ผู้หญิงไปฟันต้นกล้วยแล้วแบกมาให้พวกผู้ชายที่กำลังนั่งเย็บแบบทำกระทงกัน
* สโมสรเทคโนโลยีสุรนารี เป็นองค์กรของบุคลากร มีชมรมเช่นเดียวกับนักศึกษา
* กีฬาที่สร้างชื่อให้กับมหาวิทยาลัยในช่วงที่ผ่านมาก็คือ เรือพาย (ได้เหรียญทองกีฬามหาลัยมา 3 ปีแล้ว) วอลเล่ย์บอลชายหาดหญิง (ชนะทีมชาติด้วย)ตะกร้อหญิง (ถึงจะตัวเล็กแต่ก็ใจใหญ่) หมากล้อม (เหรียญทองเหรียญแรกในประวัติศาสตร์) หมากกระดาน (เล่นแล้วใช้เวลานานจริง ๆ) อื่น ๆ กำลังทยอยเก็บเหรียญกันอยู่

ความเชื่อ
* เป็นที่รู้กันว่า คุณย่าโมหรือท้าวสุรนารีนั้น เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของเมืองโคราช ซึ่งภายในมหา'ลัยก็มีลานสัญลักษณ์ที่มีรูปปั้นท่านอยู่ รอบๆ นั้นจะมีหุ่นปูนปั้น ช้าง ม้า มากมาย ช่วงก่อนสอบจะมีนักศึกษาไปกราบไหว้เยอะเป็นพิเศษ และช่วงเปิดเทอมจะมีประเพณีขัดลานย่า คงสืบเนื่องมาจากผลการบนบานนั่นเอง จุดนี้แม่บ้านไม่ต้องมาทำความสะอาด เพราะนักศึกษาเราจะบริการให้ด้วยความยินดี 365 วัน
* ทั้งๆ ที่เป็นความขัดแย้งระหว่าง วิทยาศาสตร์กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่ที่นี่สองอย่างนี้ถูกหลอมรวมกัน ผู้เขียนเองก็เคยไปขอย่าหลายครั้ง เช่น ขอให้จบใน 4 ปีบริบูรณ์, ขอให้จบด้วยเกรดสูงกว่า 2.75, ขอให้ไม่ติด F ในรายวิชาหนึ่งที่สอบกลางภาคได้ 11 คะแนน ซึ่งทุกอย่างก็สมปรารถนา โดยเฉพาะอันสุดท้ายได้ตั้ง C+ แน่ะ นับว่าเป็นหนึ่งในสิ่งไม่กล้าลบหลู่ดูหมิ่นแม้แต่น้อย แม้ว่าทุกๆ อย่างจะได้มาด้วยความพยายามของเราเองก็ตาม
* ความศักดิ์สิทธิ์เป็นที่ร่ำลือว่า หากทำโปรเจ็ค โดยเฉพาะการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ แล้วรันไม่ผ่าน หากบนจะเกิดปาฏิหาริย์รันโปรแกรมผ่านในทันที มีเคสน่าสนใจแล้วอย่างน้อย 2 กรณี 1. สร้างเกมแล้วเสียงไม่ออก แก้ไม่ได้สักที พรุ่งนี้ต้อง present แค่บนในใจ เสียงดันดังขึ้นมาซะงั้น งานนี้บนมาลัย 20 พวง 2. เขียนโปรแกรมรันเท่าไหร่ก็ไม่ผ่าน ถ้าส่งไม่ทันก็เรียนไม่จบเพราะเป็นโปรเจ็คจบ คนผู้ชายพูดบนเล่นๆว่าถ้ารันผ่านจะเต้นเพลงเกิร์ลลี่เบอร์รี่ และสวมชุดให้เหมือนด้วย อ้าปากบนเพียงชั่วลมหายใจ รันผ่านทั้งๆที่ไม่ได้แก้อะไร!!! ไม่แน่ใจว่ามีคนเห็นชายคนนั้นตอนแก้บนหรือไม่
* หากเด็ดดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัย (ดอกปีบทอง) สดๆจากต้น จะเรียนไม่จบตามกำหนด บางกระแสบอกว่าจะติด F ตามจำนวนดอกที่เด็ด ส่วนเก็บจากใต้ต้นไม่มีปัญหาแต่อย่างใด

 

เรื่องลึกลับ
* เหมือนกับทุกมหา'ลัย โดยเฉพาะหอหญิงจะมีเรื่องเล่าและตำนานที่ไม่รู้สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยไหน อย่างเรื่อง "ผีอำ" หอหญิงจะมีบ่อยมาก แต่ถ้าเป็น "ผีอม" สามารถหาฟังได้จากฝั่งหอชาย สามารถอ่านเพิ่มเติมได้จากเรื่อง ความสัมพันธ์ของผีกับการเมียไทย
* หอหญิงที่เฮี้ยนๆ ในระดับตำนาน เช่น S2 เรื่องผีชุดไทยโบราณ, ชุดตะเบงมาน วิ่งทะลุ 3 ห้อง ว่ากันว่าต้องนิมนต์หลวงพ่อคูณมาเหยียบถึง 2 ครั้ง หลังจากนั้นก็ไม่ได้ยินข่าวคราวอีก หรือจะเป็นผีเด็กที่ S4 ที่ว่าอาบน้ำอยู่ดีๆ แล้วมีเด็กมาเล่นน้ำด้วย ซึ่งความจริงแล้วสามารถพบเด็กผีได้เยอะบริเวณหอชาย (เด็กหงส์, เด็กปืน ก็มีพอๆ กัน) ส่วนผีเด็กนั้น หอชายก็น่าจะมีเยอะกว่าอยู่ดี เพราะดูจากอัตราการติดไวรัส *.dat, *.avi, *.mpeg สูงมากๆ
* หอหญิงที่เป็นข่าวดังที่สุดคือ S15 โซนต้นโพธิ์ จากการที่เด็กนักเรียน รด. มาพักแล้วพากันเล่นพิเรนบริเวณต้นโพธิ์ และเกิดอาการคลุ้มคลั่งไปตามๆ กัน ซึ่งแพทย์ก็วินิจฉัยว่า เป็นความบกพร่องทางประสาทชนิดติดต่อ เนื่องจากการฝึกหนักในช่วงกลางวัน
* ลานจอดรถยนต์เก่าและป่าละเมาะ ข้างศูนย์บรรณาสาร (หอสมุด) ว่ากันว่าเป็นบริเวณที่นิยมนำคนมานั่งยาง และเป็นแดนประหารเก่า ว่ากันว่า รปภ.กะดึกเคยเห็นผีคอขาด เดินลากโซ่เีสียงดังเกรียวกราว ดึกๆ ขับรถผ่านแถวนั้น ขนชอบลุกโดยไม่มีสาเหตุ ไม่รู้เป็นเพราะเรื่องเล่าที่ฝังหัวหรือเปล่า
* สวนหย่อม ป่าไผ่สีทอง ข้างๆ ฟาร์มมหา'ลัย ที่นี่ "เขา" ชอบหยอกล้อคนขับรถคนเดียว โดยรถคันอื่นจะเห็นว่า เรามีเพื่อนซ้อนมาข้างหลังด้วย โอ้วววว
* บริเวณลานย่าโม และต้นไม้ใหญ่ระหว่างทางไปอาคาร A (อาคารบริหาร) กับอาคาร C (อาคารวิชาการ) ซึ่งต้องทำถนนอ้อมต้นไม้ต้นนั้น เป็นถนนจุดเดียวในมหา'ลัย ที่ต้องอ้อมสิ่งกีดขวาง จุดอื่นพี่แกฟัน***นไม่เหลือ
* สุรนิทัศน์ หรือ แอมฟิเธียเตอร์ สถาปัตยกรรมที่มีเส้นลวดขึงเป็นองค์ประกอบ เรื่องเล่าที่จุดนี้คือจะเห็นสิ่งซึ่งคล้ายคนไปนั่งห้อยขาอยู่บนเส้นลวด
* สรุปแล้วทั้งมหา'ลัย เพราะพื้นที่ 7200 ไร่นั้น ในอดีตเป็นป่าเสื่อมโทรมขนาดใหญ่ ว่ากันว่าถูกใช้เป็นสถานที่ฆาตกรรมที่ขึ้นชื่อของโคราช อีกทั้งยังเป็นทางรบสมัยท้าวสุรนารีอีกด้วย จึงทำให้มีเรื่องเล่ามากเป็นพิเศษ
* บริเวณน่ากลัวทุกๆ จุดข้างบน จะมีรปภ. ไปตรวจอยู่เสมอ และมักรายงานกลับไปยังหน่วยว่า "เหตุการณ์สงบ พบหนึ่งคู่ (หรือมากกว่า)"

 

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
* มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีมีชื่อย่อว่า มทส และคนมักจะเข้าใจผิดกันว่า มทส มีจุดหลังชื่อย่อ ซึ่งจริงๆแล้วไม่มี!
* อยู่โคราช หรือ นครราชสีมา
* เปิดมา 16 ปี แต่มีนักศึกษา 14 รุ่น...เตรียมพร้อมก่อน 2 ปี
* มีพื้นที่มากที่สุดเป็นอันดับ 3 ของประเทศ ( 7,200 ไร่ )รองจาก ม.วลัยลักษ์ และ ม.แม่ฟ้าหลวง แต่บางตึกที่จอดรถไม่พอ
* มีที่จอดเฮลิคอปเตอร์ด้วยนะ
* กองบินมักมาฝึกบินเหนือน่านฟ้า มทส (โดยเฉพาะช่วงสอบและเช้าที่เราต้องการพักผ่อนหลังจากไม่ได้นอนทั้งคืน!)
* นอกจากนี้ยังมีกองบินพื้นราบ ที่ปั่นต้นหญ้าหลังหอช่วงสอบทุกเทอม (ไม่เข้าใจว่า เวลาไม่มีสอบทำไมไม่ตัดกัน )
* ห้องเรียนมีแอร์ทุกห้อง และมักจะเย็นเกินไป เย็นขนาดเขียนข้อสอบไม่ออก ต้องขอให้ผู้คุมสอบปิดแอร์กันมาแล้ว
* อากาศที่นี่จะร้อนมากในหน้าร้อน และหนาวจัด ลมแรงในหน้าหนาว และจะหนาวมาก ๆ ไม่เกิน 2 สัปดาห์
* ฉะนั้นเด็ก มทส. มักจะสวมแจ็กเก็ตตัวโต ..กันร้อนนอกห้องเรียนและกันหนาวในห้องเรียน
* ชอบเรียกห้องเรียนเป็นตัวเลข เช่นห้องพันห้า (มี 1,500 ที่นั่ง, บรรยากาศเหมือนโรงหนัง, นักศึกษาชอบหลับเรียน)
* อ่างสามแสน คืออ่างน้ำที่มีขนาดสามแสนลูกบาศก์เมตร แม้ปัจจุบันจะเพิ่มขนาดเป็นสามล้านลูกบาศก์เมตร แต่คนก็ยังเรียกสระสามแสน
* มีสถานที่ที่เรียกว่า หัวใจ มทส ... อยากรู้คืออะไรต้องถามเด็ก มทส เอง
* ห้องสมุดหรืออาคารบรรณสารต้องใช้บาร์โค้ดที่บัตรนักศึกษารูดเข้าเพื่อใช้บริการ
* จะส่งการบ้านต้องติดบาร์โค้ดเพื่อสะดวกในการตรวจ
* วิชาเรียนคอมพิวเตอร์ทุกชั้นปีมีอัตราส่วนคอมพิวเตอร์ต่อนักศึกษา 1:1
* หอสัญลักษณ์ของ มทส หรือ หอสุรนภา หรือ หอดอกบัว แต่นักศึกษามักเรียก หอแห้ว
* ห้องน้ำหรูที่สุด แห้ง สะอาด มีทิชชู เพราะมีแม่บ้านคอยทำความสะอาดอยู่ตลอดเวลา (ยิ่งกว่าห้างอีกนะ)
* มทส อยู่ไกลจากตัวเมืองถึง 20 กิโล และมี รถเมล์ 1 สาย และรถสองแถว 1 สาย วิ่งเข้าออกตั้งแต่ 07.00-20.00 น.
* มีรถเมล์ภายใน วิ่งรับ-ส่ง นักศึกษาฟรี และมีรถตู้เข้ากรุงเทพตอนตีห้า ทุกวัน
* ทางเดินระหว่างตัวตึกมี Cover way ตลอดเส้นทางเดิน -- มีเลนสำหรับจักรยานโดยเฉพาะ (แต่ไม่ค่อยมีคนใช้)
* ที่นี่นักศึกษาทุกสาขาเรียนรวมกัน อยู่ในตึกเดียวกัน ไม่มีการแยกตึกคณะ อาจารย์ก็อยู่ตึกเดียวกัน (รักกันที่ซู๊ด)
* นักศึกษาสามารถเรียนได้จนเต็มอายุขัย (8 ปี) และก็มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ
* ที่นี่ทำตามกฎ ขี่มอเตอร์ไซค์ ไม่สวมหมวกกันน็อค ไม่ให้เข้า-ออก มหา’ลัย จึงเห็นนักศึกษาพากันเดิน หรือ จูง มอเตอร์ไซค์ ผ่านหน้าป้อมยามอยู่บ่อยๆ
* รปภ.ที่นี่ จะตะเบ๊ะ ให้แต่คนที่ขับรถยนต์เท่านั้น แม้ว่าจะเป็นนักศึกษาก็ตาม ส่วน อาจารย์ที่ขี่มอเตอร์ไซค์หรือปั่นจักรยาน ก็หมดสิทธิ์
* สมัยก่อนชุด รปภ. จะเป็นเสื้อสีฟ้า กางเกงสีดำ แต่ปัจจุบัน แต่ตัวสีกากี วันแรกที่เปลี่ยนเครื่องแบบ คนในมหาวิทยาลัยนึกว่าเป็นทหารญี่ปุ่น
* ขับรถหรือขี่มอเตอร์ไซค์ที่นี่ต้องระวัง ไม่งั้นรถของท่านอาจเสียศูนย์ได้ เพราะมีลูกระนาด อยู่เป็นระยะๆ
* แปลกแต่จริง ที่นี่หอพักหญิง มีโถฉี่ของผู้ชายด้วยนะ จะบอกให้
* ชื่ออาคารสถานที่ล้วนแต่มี "สุร" นำหน้า นัยว่าเพื่อความน้ำหนึ่งอันเดียวกันกับชื่อมหา'ลัย เป็นต้นว่า
* สุรนภา คือ ชื่อหอสัญลักษณ์ของมหา'ลัย หอที่ตั้งใจออกแบบเป็นรูปดอกบัวตูม ข้างในมีลิฟท์และบันไดประมาณ 200 กว่าขั้นสำหรับให้ขึ้นไปชมทัศนียภาพรอบๆ มหา'ลัย
* สุรสัมนาคาร คือ ชื่อโรงแรมหรู กี่ดาวไม่รู้ แต่คืนละ 800 บาท หนึ่งในกิจการของมหา'ลัย
* สุรนิทัศน์ คือ ชื่อเวทีแสดงดนตรีกลางแจ้ง เด็กมอเรียกแอมฟิ หรือ แอมฟิเธียเตอร์ ความจุประมาณ 2000 แต่ถ้าอัดกันจริงๆ 4000 ก็ไหว Silly Fools, Bodyslam, Big Ass ต่างก็เคยมาเหยียบ
* สุรพัฒน์ คือ ชื่ออาคารเอนกประสงค์ขนาดยักษ์ มีหลายหลัง สุรพัฒน์ 1 มีศูนย์หนังสือจุฬาฯ, สุรพัฒน์ 2 ใช้ตอนรับปริญญา, สุรพัฒน์ 3 มีศูนย์ซิน***รอน
* สุรวิถี คือ ชื่อถนนในมหา'ลัย เส้นที่ตัดผ่านหน้าองค์การนักศึกษาไปยังสระสามแสน นิยมใช้สัญจรไปส่องสัตว์ยามค่ำคืน
* สุรนิเวศ คือ ชื่อหอพักนักศึกษา เรียกย่อๆ ว่า S โดย S1-6 เป็นหอหญิงห้องน้ำรวม S7-12 เป็นหอชายห้องน้ำรวม S13, S14, S15 หอที่แต่ละห้องมีห้องน้ำในตัว สำหรับ ผู้ชาย บุคลากรชั้นประทวน และ ผู้หญิง ตามลำดับ
* ส่วน สุขนิวาส เป็นชื่อบ้านพักสำหรับอาจารย์และบุคลากรชั้นสัญญาบัตร
* สุรสวัสดิ์ คือ ชื่อหมู่บ้านเอกชนข้างนอกมหา'ลัย คำ "สุร" ไม่เกี่ยวกับนโยบายมหา'ลัย แต่เข้าใจว่าแอบเนียน เรียกเต็มปากได้ว่าเป็นสุรนิเวศแหล่งที่ 2
* เรียก "คณะ" ว่า "สำนัก" และเรียก "ภาค" ว่า "สาขา"
* ในระดับปริญญาตรีมีเปิดสอน 5 สำนัก คือ สำนักวิด สะ วะ กำ มะ สาด , สำนักเทคโนเกษตร, สำนักเทคโนสังคม สำนักแพทยศาสตร์ และสำนักวิทยาศาสตร์ (สำหรับพี่ๆที่จบไปแล้ว น้องๆรหัส 49 มีสาขาวิทย์กีฬาระดับปริญญาตรี สังกัดสำนักวิดยานะคะ ^^)
* ทางเข้ามหาลัยอย่างเป็นทางการมี 3 ประตู ส่วนประตูที่ 4 สามารถใช้บริการได้เหมือนกัน อยู่ข้างหลังหอชาย

Comment

Comment:

Tweet

เรื่องลึกลับเยอะดีจัง

เดียวต้องขอลองไปพิสูจน์หน่อยนะ

ผมเด็กปี 1 คณะ it มทส

#7 By ParadiseKiss (124.157.130.93) on 2010-04-26 10:50

เรื่องลึกลับกับความเชื่อนี่ มีกันทุกที่เลยเนอะ ^^

#6 By ^K@ew^ on 2008-02-09 21:26

อ้าว

อ่านแล้วนี่


ป่อยยยยย sad smile
เห็นชื่อลูกแม่โดม


เรียนมธ.ป่าวคะเนี่ย????


แฮ่ะๆๆๆ ขอบคุณสำหรับดาวนะคะ
(แม้ว่าจะประชดก็ตาม..เอิ๊กๆๆๆๆ)

ยินดีที่ได้รู้จักนะค้า ^^
แนะนำให้อ่านอันนี้
http://juniper.exteen.com/20060817/entry-1
ผมนักศึกษาจบปริญญาตรีจาก มหาวิทยาลัยรามคำแหง รุ่นที่ 33 big smile

#3 By หนึ่ง on 2008-02-04 06:35

ปล. ตกคำว่า "แรก" ไปค่ะ

1/4 ม.ในกำกับแรกเริ่ม big smile

#2 By tungmay on 2008-02-02 06:43

big smile โอ้

1/4 สถาบันการศึกษาที่เป็นม.ในกำกับ

ขอให้รักประเทศไทยกันมาก ๆ นะคะ การศึกษาไทยยังต้องพัฒนา big smile

#1 By tungmay on 2008-02-02 06:42